การสรรหา

หลักเกณฑ์และวิธีการ

 

1. หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา

ตามมาตรา 23 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 กรรมการนโยบายมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ตามมาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประธานกรรมการนโยบายคนหนึ่ง และกรรมการนโยบายอื่นอีกแปดคนซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญ ดังต่อไปนี้

(๑)          ด้านกิจการสื่อสารมวลชน จำนวนสองคน

(๒)          ด้านการบริหารจัดการองค์กร จำนวนสามคน

(๓)          ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษาการคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จำนวนสี่คน

ให้ผู้อำนวยการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการนโยบาย

ตามมาตรา 18 วรรคสุดท้าย แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา ให้องค์การทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา

 

2. คณะกรรมการสรรหา

ตามมาตรา ๑๘ ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งจำนวนสิบห้าคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบาย ประกอบด้วย

(๑)         ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

(๒)         นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

(๓)         นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

(๔)         ประธานสภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

(๕)         ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน

(๖)         ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค

(๗)         ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์

(๘)        ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

(๙)         นายกสภาทนายความ

(๑๐)       ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

(๑๑)       ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

(๑๒)       ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

(๑๓)       ปลัดกระทรวงการคลัง

(๑๔)       ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

(๑๕)       ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
 
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐)ไม่สามารถเข้าประชุมได้ ผู้ที่เข้าประชุมแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมของสภา คณะกรรมการหรือสถาบันขององค์การนั้นให้เข้าประชุมแทน

ในกรณีที่ไม่มีกรรมการสรรหาครบตามที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่เมื่อมีเหตุให้ทำการสรรหา ให้คณะกรรมการ

สรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาที่เหลืออยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบคน

กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบาย

ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา และเลือกกรรมการสรรหาอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการกรรมการสรรหา

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา ให้องค์การทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา

 

3. การรับสมัคร

ในการสรรหาคณะกรรมกานโยบาย ปี 2559 นี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 คณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย จึงออกประกาศโดยมีรายละเอียด ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการนโยบาย

เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเป็นผู้ที่มีผลงาน หรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ด้านบริหารจัดการองค์กร

(2) ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และการศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็กเยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

  1. เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์

(3) สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเป็นอิสระ เป็นกลาง และสุจริต

(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(5) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(6) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(7) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติงาน

(8) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

 วิธีการยื่นใบสมัคร/ใบเสนอชื่อ

การยื่นด้วยตนเอง

สามารถยื่นใบสมัคร/ใบคำขอเสนอชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เวลา 09.30 – 18.00 น. (ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ) ณ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย สำนักงานผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ชั้น 4 อาคารอำนวยการ

 การยื่นทางไปรษณีย์

สำหรับการยื่นใบสมัคร/ใบคำขอเสนอชื่อทางไปรษณีย์ ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยจ่าหน้าซองถึงประธานกรรมการสรรหากรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เลขที่ 145 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 โดยใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อดังกล่าวจะต้องมาถึงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 เวลา 18.00 น.

 

หมายเหตุ : ใบสมัครหรือใบคำขอเสนอชื่อที่ยื่นเกินกำหนดระยะเวลาตามข้อนี้ให้ถือว่าสิ้นผล

คณะกรรมการสรรหา จะประกาศรายชื่อผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การสรรหาฯ ฉบับที่ 1/2559 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ทาง www.thaipbs.or.th/BOGSelection ซึ่งผู้ผ่านการพิจารณาจะต้องแสดงตนและวิสัยทัศน์ด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2559