การสรรหา

หลักเกณฑ์การสรรหาและวิธีการคัดเลือก

ประกาศคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1/2563

เรื่อง หลักเกณฑ์การสรรหาและวิธีการคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอรายชื่อเป็นกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย


ด้วยกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ว่างลงเนื่องจากครบวาระ จำนวน 5 ตำแหน่ง คือ ด้านการบริหารจัดการองค์กร 2 ตำแหน่ง และด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษา การคุ้มครองและพัฒนา เด็กเยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 3 ตำแหน่ง ตามมาตรา 23 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 กำหนดให้กรรมการนโยบายมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551  คณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย จึงออกประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ 1  การสรรหาและวิธีการคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ตามประกาศนี้ หมายถึง การรับสมัครและการเสนอชื่อโดยได้รับการยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ

ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 17 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551

ข้อ 2  คณะกรรมการสรรหาจัดให้มีการประกาศรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคลเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านทางสื่อมวลชนตามที่เห็นสมควร และเว็บไซต์ไทยพีบีเอส ถึงสาระสำคัญและกำหนดเวลา

ข้อ 3  คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติจากเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ตามมาตรา 19  แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว

ข้อ 4  ให้คณะกรรมการสรรหา พิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้สมัครหรือผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ตามที่ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อได้ระบุความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน โดยคำนึงถึงความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ ตลอดจนผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และวิสัยทัศน์ขอ งผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์การตามที่กำหนดไว้มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 แล้วให้คัดเลือกรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของตำแหน่งที่จะต้องแต่งตั้งในแต่ละด้าน ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ที่เหมาะสมดังกล่าว

ข้อ 5  ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามข้อ 3 และข้อ 4 ต้องแสดงตนและวิสัยทัศน์ด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา โดยการแสดงวิสัยทัศน์ด้วยวาจา ตามวัน เวลาที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ณ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องดำเนินการ  ดังนี้

(1)  แนะนำตนเอง พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้านหนึ่งด้านใดที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหารจัดการองค์กร  ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้และศึกษาการคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม แล้วแต่กรณี

(2) แสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยและเพื่อประเทศชาติโดยรวม

(3) ให้ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนใช้เวลาในการชี้แจงและแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถามคณะกรรมการสรรหา ไม่เกิน 15 นาที  ทั้งนี้ ในการแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถามไม่อนุญาตให้ใช้สื่อประกอบการนำเสนอ

(4) ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ไม่สามารถแสดงตนเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา ในวัน เวลา และสถานที่ตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ถือว่าผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นสละสิทธิ์การขอรับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการนโยบาย

ข้อ 6  คณะกรรมการสรรหาจะใช้การเรียงลำดับชื่อตามตัวอักษร เพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ละคน แนะนำตนเองและแสดงวิสัยทัศน์ ตามวัน เวลา และสถานที่       ซึ่งคณะกรรมการสรรหากำหนดในข้อ 5 ข้างต้น

ข้อ 7 คณะกรรมการสรรหา จะคัดเลือกผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ได้แสดงตนและวิสัยทัศน์ตามข้อ 5 ให้เหลือห้าคนโดยวิธีลงคะแนน

ข้อ 8  การลงคะแนนตามข้อ 7 กรรมการสรรหาแต่ละคนสามารถออกเสียงได้ไม่เกินจำนวนตำแหน่งที่ต้องการแต่งตั้ง และผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสรรหาทั้งคณะ

ข้อ 9  กรณีที่จำนวนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมีจำนวนไม่ครบตามตำแหน่งที่ต้องการ ให้นำรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกตามข้อ 7  เรียงตามลำดับคะแนนจากคะแนนสูงสุดลงไปเป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนตำแหน่งที่ยังขาดอยู่ มาลงคะแนนตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ 7 และข้อ 8 จนกว่าจะได้จำนวนครบตามที่ต้องการ

ในกรณีผู้ได้รับการคัดเลือกแต่ละด้านมีคะแนนเท่ากันมากกว่าหนึ่งชื่อ เป็นเหตุให้เกินจำนวนที่ต้องการ คณะกรรมการสรรหาจะนำรายชื่อผู้มีคะแนนเท่ากันทั้งหมดนั้นมาลงคะแนนโดยใช้วิธีการเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากผลการลงคะแนนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดในข้อ 9  ถึง 3 ครั้งต่อตำแหน่งที่ว่าง ให้ใช้วิธีการนับคะแนนเสียงข้างมากเป็นหลัก

ข้อ 10 กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัยและต้องมีมติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการสรรหาทั้งคณะและให้ถือเป็นที่สุด


เอกสารเกี่ยวข้อง

  • ประกาศคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1/2563 (ดาวน์โหลด)
  • พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ดาวน์โหลด)